แอบฟังคนในเว็บดังคุยเรื่องประกันชีวิต ตอน ทำประกันแล้วผลเป็นอย่างไรกันบ้างนะ

เมื่อใครได้ฟังคำว่าประกันชีวิตไม่ว่าจะเป็นการทำประกันประเภทใดก็ตาม มีทั้งคนที่ร้อง…ยี้ แล้วก็เดินหนี  และคนที่สนใจอยากจะทำ ด้วยเหตุผลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเอามาลดหย่อนภาษีได้ หรือผลประโยชน์ที่จะได้จากการทำประกัน เบิกค่ารักษา ค่าชดเชย หรือเป็นการสะสมเงินก้อน บริษัทประกันชีวิตบางแห่งมีสิทธิพิเศษมากมายทำให้คนอยากจะทำประกัน ทั้งดูหนังฟรี ได้ส่วนลดเวลาไปเที่ยวหรือเวลาจ่ายนั่นนี่   แล้วคนเหล่านั้นที่ทำประกันมีความคิดเห็นหรือได้พบประสบการณ์อะไรกันบ้าง  วันนี้เราลองมาแอบฟังคนในเว็บ เขาคุยกันก็ดีเหมือนกัน เพราะเมื่ออ่านไปแล้วก็ได้รู้ทัศนคติ และบางความเห็นก็ได้รสชาติ เหมือนดูหนังดราม่า และเกือบจะเป็นสงครามเวลาประคารมกัน

ประกันชีวิต

เริ่มกันที่ เว็บดัง มีคนมาตั้งกระทู้ว่า พี่ ๆครับใครมีความ คิดยังไงกับประกันชีวิตคับ ประมาณว่าหากมีคนมาขายประกัน ซึ่งจากสำนวนการโพสน่าจะเป็นหนุ่มน้อยวัย 20 ต้น ๆ

คำตอบที่มีคนโพสตอบกันมามีหลากหลาย บ้างก็ว่า…

“ทุนประกันแม่ผมแค่แสนเดียว แม่ผมเป็นโรคไตและเสียในปีที่ 2  ประกันไม่ยอมจ่ายเงิน อ้างสารพัด แต่พอเพื่อนผมพ่อมันทุน 10 ล้าน พอตาย บริษัทรีบเอาเงินมาประเคนเลย คนรวย ๆ จะเครมง่ายครับ แต่คนจนก็ยากหน่อย อาจถึงขั้นฟ้องร้องกัน  เพราะคิดว่าคนจนไม่อยากมาฟ้องกะแค่เงินแค่แสนเดียว  มันไม่คุ้ม เสียเวลาเป็นปี ๆ เอาเงินไปทำมาหากินดีกว่า”

ไทยประกันชีวิต

สำหรับโพสคำตอบแรกนี้ก็มีคนมากดไลค์กันมากพอประมาณทีเดียว  ก็คงจะพบเจอกับประสบการณ์ขม ๆ เกี่ยวกับการทำประกันชีวิตมา  คนตั้งกระทู้คนเดิม ซึ่งเดาคงจะเป็นหนุ่มน้อยวัยละอ่อนที่เพิ่งหัดเป็นตัวแทนประกันชีวิต ก็ยังถามคำถามเดิมต่อว่า

“ แล้วพวกพี่ๆ เองคิดยังไงกับประกันชีวิตคับ ”

ชายหนุ่มผู้วิ่งมาปาระเบิดในโพสคำตอบแรก หายไป แต่กลับมีผู้หญิงนางหนึ่ง ซึ่งตอบได้ยากว่าสาวหรือไม่สาว ได้มาตอบกระทู้นี้แทนว่า

“เพื่อป้องกันปัญหา เราทำประกันกับญาติหรือคนรู้จักอะค่ะ เพราะเราป่วยบ่อยเวลาเครมก็อยากได้เร็ว ๆ

ประกันสุขภาพ

ส่วนถ้ามีคนโทรขายก็ฟังนะคะถ้ามีเวลา ถ้าอยากซื้อก็ขอให้เขาส่งรายละเอียดมาให้  ถ้าไม่สนใจก็บอกว่า ขอบคุณค่ะขอเอาไปคิดหน่อย ขอเบอร์ติดต่อกลับ ปฏิเสธดี ๆ อะค่ะ เพราะคนขายประกันชีวิต เขาก็อาชีพสุจริต

ถ้ามองเรื่องประกันเราก็ว่าดี เพราะเราทำงานเกี่ยวกับความเสี่ยง บางทีต้องผลักความเสี่ยงให้คนอื่นมาร่วมรับ

ถ้ามีเงินน้อยก็ทำประกันอุบัติเหตุ ปีต่อปี

ถ้าอยากมีวินัย เก็บเงิน 5 ปี 10 ปี อยากได้เงินก้อนคืนก็ทำแบบสะสมทรัพย์  เอาไปทำเรื่องในการลดภาษีได้ด้วย  ถือว่าเราลงทุนโดยความเสี่ยงน้อย และได้ผลตอบแทนค่อนข้างโอเคค่ะ

คนไทยเข้าใจเรื่องประกันชีวิตน้อย เพราะกลัวคนขายบ้าง อ้างว่าไม่มีเงินบ้าง แต่พอเจ็บป่วย หรือตาย มา หาคนคุ้มครองหรือต้องจ่ายเงินมากกว่าส่งประกันอีกค่ะ  ”

ซื้อประกัน

ไม่นานต่อจากนั้น เหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นได้ หรือจงใจทิ้งทอดเวลาให้คนอ่านคนอื่นมาตอบ แต่ก็ไม่มี เธอจึงกลับมาโพสว่า

“มาอ่านอีกที จริง ๆ ไม่น่าเกี่ยวกับทุนประกันนะว่าทำมากแล้วเขาต้องรีบเอามาให้  ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเสียชีวิตในปีที่สอง ซึ่งมันมีเหตุให้สงสัยได้ว่า 1 มีโรคอยู่แล้วแต่ปกปิด แล้วตาย หรือ 2 ตายเอาประกัน

ลุงเรามีความเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำดีระยะต้น พอรู้รีบทำประกัน 2 ปีต่อมาตาย ประกันก็ไม่จ่ายค่ะ บอกเหตุผลซึ่งเราก็ทราบแล้วก่อนจะเซ็นต์ว่าจะทำประกัน  แต่สุดท้ายเขาก็เอาเบี้ยที่เราจ่ายคืนให้อะค่ะ ก่อนทำอ่านสัญญาดี ๆ ”

สำหรับคำตอบนี้มีคนแสดงตัวกดไลค์หนึ่งคน   แต่ไม่รู้ว่า เพราะการกลับเข้ามาตอบของสาวคนนี้หรือเปล่าที่ทำให้ บรรยากาศกระทู้ดุเดือด น่าตื่นเต้นขึ้น เมื่อชายหนุ่มมือระเบิดคนเดิมโผล่เข้ามา  ในอีก 1 วันต่อมา แล้วโพสโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่ อ่านแล้ว คงจะอยากต่อยหน้าคนตอบประมาณนั้นก็ว่าได้ ว่า

“ ถ้ารู้ว่าแม่ผมมีโรคร้ายแรง ผมจะยอมปล่อยให้แม่ตายไหมล่ะครับคุณ เงินแค่แสนเดียว ผมหาปีเดียวก็ได้แล้ว บางทีคนแก่เป็นหวัดปวดหัว  ก็คิดว่าไม่ได้เป็นอะไร ถ้าแบบนั้น ลองเอาแม่ของเจ้าหน้าที่มาแลกกะเงินแสนเดียวมั้ยล่ะ ”

ประกันสุขภาพครอบครัว

บรรยากาศเดาว่าคงจะอึ้งกันไปทั้งห้องแชตทีเดียว!!!

“ คิดว่ามีไว้ก็ดี คนข้างหลังไม่เดือดร้อนเวลาเราตาย อย่างน้อยเขาก็มีค่าทำศพ อีกอย่างทำไว้ลดหย่อนภาษีด้วย ได้ประโยชน์หลายอย่าง แต่ต้องอ่านกรมธรรม์ก่อนเซ็นต์โดยละเอียด ไม่มีวันซื้อประกันทางโทรศัพท์ และไม่ให้เวลาด้วย เพราะฟังไปก็ไม่ซื้ออยู่ดี เสียเวลาเปล่า ถ้ากำลังอยากซื้อพอดี แล้วมาแบบตัวเป็น ๆ ถึงจะสนใจ”

ใครคนหนึ่งทำลายความเงียบอันอึงอล เข้ามาตอบให้ เหมือนฟ้ามาโปรด

“ประกันชีวิตมีหลายแบบ แต่ของที่ต้องเอามายัดเยียด คุณคิดว่าจะมีใครเอาของดีมาใส่มือคุณง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ ถ้าคุณอยากได้ของดีต้องศึกษา ต้องดูและต้องช๊อปเอาเอง แต่ถ้ารอให้คนอื่น รับรองของดี ๆ ไม่มีมาถึง”

อันนี้ก็ออกแนว ฮาร์ดคอร์ แต่ก็มีน้ำเสียงเชียร์อยู่ไม่น้อยทีเดียว

“มีไว้ไม่เสียหาย แต่ต้องดูกำลังทรัพย์ด้วย  ว่าสามารถจ่ายได้ตลอดตามเงื่อนไข ส่วนที่มาขอแนะนำประกัน ส่วนใหญ่จะตัดบทเลยว่า ไม่ว่างมีแล้วค่ะ”

“ ขอตอบในฐานะอดีตตัวแทนประกันนะครับ

โดยส่วนตัวผมวว่าประกันชีวิตเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนครับ เพราะมันคือการรับรอว่าไม่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่  หรือจากไปก็ตาม ตัวของเราหรือคนที่เรารักก็จะไม่เดือดร้อน เพราะประกันชีวิตคือ…การตีมูลค่าชีวิตของตัวเราเอง ว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ …

การทำประกันชีวิต

บางคนอาจจะตีมูลค่าชีวิตตัวเองไว้ตามจำนวนเงินขั้นต่ำที่ตามบริษัทประกันชีวิตกำหนดคือ 1 แสนบาท  เพราะคิดว่าการทำประกันเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์  ไม่อยากจ่ายเงินให้บริษัทที่รับทำประกัน หรืออะไรก็ตามที ก็เป็นสิทธิ์ของคน ๆ นั้นที่จะคิด หรือจะทำแค่นั้น แต่อย่าลืมว่า  เมื่อไหร่ที่เราทำประกันชีวิตจำนวนเท่านั้น นั่นหมายความว่า “ ผลประโยชน์ที่เรา หรือคนที่เรารักได้ก็จะมีแค่นี้ด้วย”  เพราะเราทุกคนสักวันก็ต้องตาย  ต่างกันตรงที่จะตายโดยมีมรดก หรือไม่มีมรดก ให้คนที่เรารักเท่านั้นเอง  ดังนั้นการจะทำประกันชีวิต เราต้องถามตัวคุณเองก่อนว่า   ตัวคุณจะมีมูลค่าเท่าไหร่ ไม่มีคนตอบแทนคุณได้ นอกจากตัวคุณเอง ”

“ประกันชีวิตนั้นหรือ ก็ คือการพนันอย่างหนึ่ง…ที่ ผู้เล่นไม่อยากชนะ”

อัยยะ…อันนี้คนคงจะตบมือกันเกรียว ประหนึ่ง พระเอกมาดหล่อ เดินล้วงกกระเป๋ามาพร้อมกับคำพูด คม ๆ แล้วเดินจากไป

“เราคิดในแง่ที่ว่า เราสามารถทำประกันรถยนต์เป็นหมื่น ๆ ต่อปีได้ บางปีก็เสียค่าประกันไปเปล่า ๆ   เพราะรถไม่มีเหตุการณ์อุบัติเหตุ เรายังไม่รู้สึกเสียดาย แต่ประกันสุขภาพกลับเหนียวได้ไง”

สำหรับโพสนี้ ก็คล้ายจะคมและออกแนวเชียร์ ๆ ให้คิด  แต่กลับถูกสกัดดาวรุ่งด้วยโพสถัดมาว่า

“คนที่เลือกทำประกันรถยนต์ก่อนทำประกันชีวิต เพราะ

-กฏหมายบังคับเรื่อง พ.ร.บ.

-ประกันรถคุ้มครองรถและความเสียหาย รวมถึงค่าชดเชยด้วยถ้าหากบาดเจ็บ หรือล้มตายจากอุบัติเหตุ พูดง่าย ๆ คือประกันอุบัติเหตุรถยนต์ รถเสียหายก็เบิกได้ บาดเจ็บก็เบิกได้ แต่ประกันชีวิตรถพังไม่จ่าย

– อันนี้สำคัญที่สุดเลย เวลาตัวแทนประกันชีวิมาเสนอขายแต่แบบประกันสะสมทรัพย์ ต้องจ่ายทุกปีไม่มีลดเบี้ยในปีต่อไป ถ้าไม่เคลม ลองตัวแทนมาเสนอสิครับ คุ้มครอง 10 มูลคา 1 ล้านบาท เสียชีวิตทุกกรณี ผมว่าจะดูดีกว่า  แต่ปัญหาก็คือค่าคอมน้อย   ตัวแทนไม่อยากเสียเวลาเลยเสนอแต่ของไม่ดี

– แบบประกันชีวิตมีหลายแบบเลือกลำบาก และให้ตัวแทนเลือกให้  จะได้แต่แบบประกันไม่ดี เพราะตัวแทนจะมองแต่ค่าคอมอย่างเดียว แต่แบบประกันรถจะมีอยู่ 1  2-3 แบบ จะเอาชั้น 1 หรือ 2 หรือ 3 แค่นั้น ”

“ เราจะทำประกันสุขภาพค่ะ เพราะประกันสังคมได้ยาค่อนข้างแตกต่าง และอีกส่วนเป็นการบังคับออมไปในตัว  พออายุถึงจะได้คืน อย่างน้อยก็มีเงินก้อนตอนแก่ ( แม้ว่าค่าตอบแทนตอนนี้จะต่างกันก็ตาม ) ”

ประกันชีวิตแบบออมเงิน

ในอีกเว็บหนึ่ง มีคนมาเล่าถึงประสบการณ์ที่ทำประกันชีวิตแบบสุขภาพอย่างน่าสนใจว่า

“ ก่อนหน้านี้เป็นคนไม่ปนะมาทกับชีวิต ก็เลยทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพไว้ค่อนข้างสูงค่ะ เป็นสาวโสดอายุก็เลขสามกลาง ๆ แล้ว  มีประกันที่ซื้อเพิ่มเอง 2 บริษัท และที่ทางที่ทำงานทำให้อีกตัว

ปรากฏว่า เมื่อสองปีก่อน ไปนวดตัวที่สปาแห่งหนึ่ง ปกติเป็นคนว่างก็ชอบไปนวดตัวที่นั่นที่นี่ลองไปเรื่อย วันนั้นไปนวดที่ใหม่ พอกลับมาบ้านรู้สึกปวดมากที่ขา วันถัดมาเริ่มปวดหนักจนเดินไม่ได้ ต้องไปหาหมอ หมอบอกว่าอาจจะกล้ามเนื้ออักเสพ ให้ยามาหลายตัวและต้องใช้ไม้ค้ำ ก็ใช้ไม้ค้ำและไปทำงานตามปกติอยู่อีกเป็นเดือนก็ยังไม่หาย จนเดือนถัดมาอาการทรุดมากขยับตัวไม่ได้ ไข้ขึ้นและความดันขึ้นสูง ที่บ้านก็ส่งตัวไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นแอดมิดด่วน

หมอพยายามตรวจหาสาเหตุก็ไม่พบ ตรวจละเอียดทุกอย่างก็ไม่พบโรคอะไร สิ่งที่หมอทำได้คือ ให้ยาและรักษาตามอาการ เป็นแบบนั้นอยู่ครึ่งปี ต้องนอนโรงพยาบาล   จนกระทั่งวันหนึ่ง อยู่ ๆ อาการก็ดีขึ้นและฟื้นตัวเรื่อย ๆ จนหายออกจากโรงพยาบาล หมอเองก็ งง เพราะตั้งแต่เข้าไปจนออกมาก็หาสาเหตุการป่วยไม่ได้

แต่ที่จะพูดคือค่ารักษา ที่มันคุ้มมาก ตลอดระยะเวลาที่ป่วย เข้าโรงพยาบาลเอกชน และห้องพิเศษ ค่ารักษาทั้งหมดเกือบ 2 ล้านบาทตอนรับบิล แต่เมื่อนำไปเบิกประกันทุกตัว และหนึ่งในนั้นมีบริษัทที่ทำประกันแต่สุขภาพอย่างเดียว ซึ่งเสียค่าเบี้ยปีนึงเยอะมาก เคยคิดว่าจ่ายเยอะเสียเปล่าทุกปีแต่ก็ยอมเพราะคิดว่าไม่ประมาท ปรากฏว่าประกันตัวนั้นจ่ายให้เราเยอะที่สุด พอรวมกับตัวอื่น ๆ เราจ่ายเองเป็นเงินสดแค่ 14,000 กว่าบาท  อันนี้เรื่องจริงค่ะเลยรู้สึกชอบทำประกันชีวิต และ ประกันสุขภาพมาก”

ประกันชีวิต

หลังจากที่ได้แอบอ่านการพูดคุยเรื่องประกันในโลกโซเชี่ยลกันแล้วสำหรับผู้อ่านก็คงต่างจิตต่างใจกัน ว่าใครชอบหรือไม่ชอบ เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร แต่แนวโน้มการทำประกันในอนาคตนั้น กูรูฟันธงกันว่า คงจะเฟื่องฟูและคนจะหลั่งไหลมาทำประกันกันมากขึ้น  ด้วยเหตุผลหลัก ๆ สองประการคือ สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ คนสูงอายุต้องการหลักประกันจึงนิยมทำประกันเมื่อเกษียณ  อีกเหตุผลหนึ่งคือ นโยบายเงินฝากไร้ดอกเบี้ย ที่กำลังจะมาถึงประเทศไทย หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นไม่มีดอกเบี้ยเงินฝากนานแล้ว เพราะภาวะเศรษฐกิจโลก  การทำประกันจึงเป็นการลงทุนที่ดีทางหนึ่งในอนาคตก็ว่าได้ เพราะได้ทั้งดอกเบี้ยและการเครมต่างๆ

แสดงความคิดเห็น/แนะนำร้านดีๆ/โปรโมทธุรกิจในพื้นที่ของท่านได้ ฟรี!
Loading...